บนโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการเอาตัวรอด จึงไม่แปลกนักหากจะเห็นเหล่าผู้คนหันไปพึ่ง ‘ทางลัด’ ในการหารายได้เข้ากระเป๋า บาคาร่า และหากจะพูดถึงธุรกิจสายมืดที่เป็นที่นิยมสำหรับนักแสวงโชค คงหนีไม่พ้นธุรกิจ ‘คาสิโน’ ที่ถือเป็นแหล่งดึงดูดผู้คนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มองว่าทางเลือกในรูปแบบที่หนึ่ง ไม่เหมาะสมกับไทย เพราะเป็นการเปิดเสรีที่ไร้ขอบเขต ทำให้เกิดปัญหาสังคมที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งภาครัฐยังไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการเปิดเสรีเพราะไม่ต้องขออนุญาต ในรูปแบบนี้ ปัญหาสังคมต่างๆ อาจจะน้อยกว่ารูปแบบแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะสูง และสังคมไทยต้องเผชิญกับปัญหาสังคมต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับคาสิโน เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรม รวมไปถึงธุรกิจเทาๆ ดำๆ ที่มักจะเติบโตควบคู่กับธุรกิจการพนัน เช่น การค้าบริการ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และมีความเห็นไม่ตรงกันหลายฝ่าย ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นเมื่อเดือนที่แล้วพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแผนคาสิโน และพรรคการเมืองบางพรรคโต้แย้งว่าการสร้างอุตสาหกรรมการพนันจะทำให้ปัญหาสังคมเลวร้ายกว่าเดิม โดยร่างกฎหมายยังระบุด้วยว่า ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งคือพื้นที่คาสิโนต้องครอบคลุมพื้นที่ไม่เกิน 10 % ของ Entertainment Complex ด้วย เฟรดริก กูชิน จาก Spectrum Gaming Group บริษัทให้คำปรึกษาที่เคยผลักดันให้อุตสาหกรรมคาสิโนในสิงคโปร์เติบโตเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากมาเก๊าและลาสเวกัส มองว่า “นักลงทุนต้องการกระบวนการที่โปร่งใสที่จะคุ้มครองการลงทุนของพวกเขาด้วยกฎกติกาที่เหมาะสม”
- ปัจจุบัน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีกัมพูชา สิงคโปร์ เมียนมา และฟิลิปปินส์ที่มีธุรกิจคาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งในกรณีของประเทศเพื่อนบ้านของไทย ก็มีบางแห่งที่ตั้งอยู่ติดพื้นที่ชายแดนเพื่อหวังดึงดูดเงินจากผู้เล่นชาวไทยและชาวจีน
- เพียง 4 เดือนที่เป็นนายกฯ แพทองธาร คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติอนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.
- ทั้งนี้ จากการศึกษาที่ผ่านมาการตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทยจะทำให้เราได้ประโยชน์เหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จากข้อได้เปรียบของแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ดึงดูดความสนใจ คาดว่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนได้กว่า 300,000 ล้านบาท เก็บภาษีได้ปีละกว่า 20,000 ล้าน และจ้างงานกว่า 20,000 ตำแหน่งจากการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร
- สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือ Entertainment Complex ซึ่งรวมถึงบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย ภายหลังคณะกรรมาธิการฯ ดำเนินการศึกษามานานกว่า 1 ปี แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม คือ สมควรหรือไม่ที่จะทำให้การพนันออนไลน์ถูกฎหมาย
เสนอภาษีล่อใจ 17% เปิด 5 แห่งทั่วประเทศ
หรือคนนอกเข่้ามาร่วมบอร์ด แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี บอร์ดนี้จึงเอียงมาก 15คนจึงเป็นผ่ายการเใมืองและ3 คน เป็น ข้าราชการ เป็นเลขาบีโอไอ เลขากนง. ชี้เป้าให้เปิดได้หลายที่ เช่น พื้นที่มีสนามบินนานาชาติ 22จังหวัด พื้นที่เกรด บี ถ้าจำไม่ผิดผลการศึกษาของกมธ.จะมีพื้นที่เปิดได้ราว 60 จังหวัด รายงานชี้ช่อง ไว้ ขั้นต่อไป เมื่อใดก็ตามกระทรวงการคลังรับฟังความเห็นขอบที่ประชุม ครม. สถานบันเทิงครบวงจรไทยมีแต่ได้ “สรวงศ์” ย้ำดึงเงินลงทุนแสนล้าน
ทุนคณะบริหารธุรกิจ
และอาจทำให้ไทยแซงหน้า ‘สิงคโปร์’ ขึ้นเป็นเบอร์ 3 คาสิโนโลก หรือเป็นรองแค่ลาสเวกัสและมาเก๊าที่อยู่ในอันดับ 1 และ 2 เท่านั้น เพราะ Citigroup ประเมินว่าในปี 2031 สิงคโปร์จะมีรายได้จากคาสิโนประมาณ 8.3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ส่วนเงื่อนไขการเข้าใช้บริการกาสิโนถูกกฎหมายนั้น จะเปิดให้ทั้งชาวต่างประเทศและคนไทย โดยถ้าเป็นคนไทยจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน มีอายุ 21 ปีขึ้นไป และต้องแสดงสถานะการเงินย้อนหลัง 6 เดือน รวมถึงมีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท และต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้าไปใช้บริการ 2566 สภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายด้วย ด้วยเป้าประสงค์หารายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย ในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด หลัง กมธ. ปัจจุบัน แบรนด์คาสิโนได้กลายเป็นแหล่งทำเงินของหลายประเทศทั่วโลก ที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจในประเทศให้ดีขึ้น รวมไปถึงช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาในประเทศ
ปิยะ ต๊ะวิชัย อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งปัจจุบันเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “บ่อนคาสิโนในไทยจะเป็นมะเร็งร้ายทำลายสังคม” ขณะที่รัฐบาลไทยภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย หวังดึงดูดการลงทุนใหม่ด้วยโครงการ Entertainment Complex ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท (ราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี และสร้างรายได้มากกว่า 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า คาดว่าข้อกำหนดดังกล่าว รวมถึงค่าธรรมเนียมการเข้าเล่นสูงสุดที่ 5,000 บาท (150 ดอลลาร์สหรัฐ) จะสามารถจำกัดคนไทยเข้าเล่นคาสิโนได้ในอีกทาง โดยล่าสุดเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมายเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. อย่างไรก็ตาม คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ของ Citigroup นั้นระบุว่า ในกรณีที่ไทยจะมีรายได้จากคาสิโนถูกกฎหมายมากขนาดแซงสิงคโปร์ได้ จะต้องได้ออกใบอนุญาตตามแผน คือ กรุงเทพ 2 แห่ง พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต จังหวัดละ 1 แห่ง
ไสยศาสตร์ กับ คาสิโน …. ฟังหูไว้หูนะ สงสารคนใกล้ที่ติดพนันออนไลน์
2564 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ 310 ต่อ 9 ให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) บ่อนพนัน และการจัดระเบียบการพนันรูปแบบต่าง ๆ เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าประเทศ ทางการญี่ปุ่นได้อนุมัตแผนสร้างกาสิโนแห่งแรกของประเทศแล้ว โดยจะสร้างเป็นรีสอร์ทพนัน แบบ Entertainment Complex โดยมีเป้าหมายเปิดที่เมืองโอซากะ ในปี 2572 และจะสามารถนำไปปรับแก้เพิ่มเติมในกฤษฎีกา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างแมนเมดเดสติเนชั่น หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร ได้เสนอให้ ครม. “การฝึกงานทำให้เรามีภูมิต้านทานในการเข้าสังคม เข้าหาคน พอมาเริ่มงานก็เปลี่ยนอารมณ์ตรงที่เป็นโหมดที่เราต้องจริงจังและต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับงานเรา แต่เรามีประสบการณ์ฝึกงานหลายครั้งแล้วเรารับมือได้ การฝึกงานทำให้เรามีความพร้อมในการทำงานจริงเมื่อเราเรียนจบค่ะ”
ด้านศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มองว่า การเปิดเสรีการพนันต้องมีการหารือให้มากกว่านี้ และต้องถ่วงดุลให้ดีระหว่างเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสังคม ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาครอบครัว เป็นต้น ท้ายสุด “เราต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม เพราะเราเมืองไทยนับถือศาสนาพุทธ ก็ต้องทำอะไรให้ถูกกฎหมายและอยู่ในกรอบ ” วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ยกตัวอย่างว่า “ต้องใหญ่กว่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์” ส่วนรายละเอียดเชิงลึกนั้น ต้องนำมาหารือกันต่อไป ภายในสถานบันเทิงแบบครบวงจร ไม่ได้มีเพียงแค่กาสิโนถูกกฎหมายเท่านั้น แต่จะเป็นศูนย์รวมความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ โดยรองประธาน กมธ.
ศ.ดร.วิชา มหาคุณ ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎี คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วิเคราะห์ว่า เจตนารมณ์ของการออกกฎหมายไม่ชัดเจน เหมือนนำตัวโครงการกาสิโนไปซ่อนไว้ แทนที่ว่าจะไปแก้ไขพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. ทั้งนี้ ยังต้องรอดูว่า ครม.จะมีความคิดเห็นและมีคำสั่งดำเนินการต่อจากนี้อย่างไร หากครม.ต้องการผลักดันต่อก็จะมีมติรับทราบรายงานและกำหนดให้หน่วยงานที่เเกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในการออกกฎหมายลูก แล้วส่งกลับเข้ามาให้ครม. สำหรับปัจจุบัน พบว่ามี ‘คาสิโน’ มากกว่า 4,750 แห่งทั่วโลก และถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีเงินสะพัดอย่างมหาศาล โดยจากข้อมูลพบว่าในปีพ.ศ.